หนึ่งในนักเตะที่นำความสำเร็จมาสู่ เชลซี ฤดูกาลนี้คงหนีไม่พ้น เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางสุดสมถะชาวฝรั่งเศส ที่สวมบทผู้ปิดทองหลังพระในการช่วย “สิงโตน้ำเงินคราม” คว้าท็อปโฟร์ และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สำหรับความสำเร็จในการคว้าโทรฟี่ถ้วยใบโตยุโรป ยังทำให้ ก็องเต้ เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังด้วย เพราะเขากลายเป็นนักเตะคนที่ 6 ที่สามารถคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก และ ฟุตบอลโลก

นับตั้งแต่ที่ดิวิชั่น 1 และยูโรเปี้ยน คัพ เปลี่ยนมาใช้ชื่อเป็น พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1992 มีนักเตะเพียงแค่ครึ่งโหลเท่านั้นที่เคยคว้าแชมป์ทั้ง 2 รายการร่วมกับแชมป์ฟุตบอลโลก

ขณะที่นักเตะอีกสองคนที่เคยประสบความสำเร็จแบบนี้ก่อนปี 1992 มีแค่ 2 ตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเท่นนั้น นั่นก็คือเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน กับ น็อบบี้ สไตล์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมชาติอังกฤษ ชุดแชมป์โลก 1966

ฟาเบียง บาร์กเตซ (ฝรั่งเศส)

บาร์กเตซ ต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเหลือเกินกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากเขาต้องพยายามสร้างมาตรฐานชั้นยอดเพื่อสืบทอดตำแหน่งของ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานนายทวารที่โบกมือลาต้นสังกัด แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย

นอกจากนี้ บาร์กเตซ ยังเป็นหนึ่งในขุนพลชุดประวัติศาสตร์สโมสรโอลิมปิก มาร์กเซย ที่ปราบ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน 1-0 คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่ และกลายเป็นทีมแรกของฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จในรายการนี้

ยิ่งไปกว่านั้น บาร์กเตซ คือคีย์แมนสำคัญในการนำ ฝรั่งเศส ปราบ บราซิล 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ดินแดนบ้านเกิด ซึ่งเป็นการเขียนประวัติศาสตร์ให้กับ “เลส์ เบลอส์” ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในวงการลูกหนังโลก

เธียร์รี่ อองรี (ฝรั่งเศส)

อองรี กลายเป็นฮีโร่ของอาร์เซน่อล เมื่อเขาสามารถนำ “เดอะ กันเนอร์” ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย โดยหนึ่งในนั้นคือการคว้าแชมป์แบบไร้พ่ายในลีก หรือ “อินวิซิเบิ้ลส์” แชมป์ เมื่อปี 2004

หัวหอกจอมพลิ้ว ซึ่งมีชื่ออยู่ในขุมกำลังทีมชาติฝรั่งเศส ปี 1998 แต่ตอนนั้นเขายังเป็นเพียงดาวรุ่งพุ่งแรงเท่านั้น เกือบมีโอกาสได้สัมผัสแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่น่าเสียดายที่ “ไอ้ปืนใหญ่” แพ้ บาร์เซโลน่า ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2006

อย่างไรก็ตาม อองรี ที่ตัดสินใจย้ายไปเล่นกับ บาร์ซ่า หนึ่งปีหลังจากนั้น เขาก็สามารถสานฝันเป็นจริง เมื่อเจ้าตัวอยู่ในทีม บาร์ซ่า ยุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดการปราบ แมนเชสเตอร์ ยูนไนเต็ด 2-0 ในรอบชิงที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อปี 2009

ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ (บราซิล)
ufabet
แฟนบอลอาร์เซน่อล ไม่มีวันลืมชื่อของ เบลเล็ตติ เพราะเขาคือคนที่ยิง

อ่านเพิ่มเติม lelv30.net

มีครบ ufabet ปลอดภัย

มีทีมงานมืออาชีพ พร้อมที่จะดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง

โปรแกรมสูตรจากทางเว็บของเรา ที่พัฒนาโดยทีมงานมืออาชีพ

เว็บเดียวให้คุณครบ ufabet เล่นแล้วรวยจริงประตูชัยในช่วง 10 นาทีสุดท้าย นำ บาร์เซโลน่า เฉือนทัพ “เดอะ กันเนอร์” ชุดที่มี อองรี นำทัพ ในรอบชิงโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” เมื่อปี 2006

เบลเล็ตติ เคยผ่านการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว แต่ตอนนั้นนักเตะนั่งตบยุงอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง เพราะเขาเป็นเพียงยางอะไหล่ของ คาฟู โคตรฟูลแบ็กระดับตำนานทีมชาติบราซิล ในชุดทุบ เยอรมนี คว้าแชมป์เวิลด์ คัพ 2002

ยังไม่หมดแค่นั้น เบลเล็ตติ มีโอกาสได้เหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกเช่นกัน จากการที่เขาได้ลงสนามให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี 11 แมตช์ เมื่อฤดูกาล 2009/2010 ถือว่าโชคดีเหลือเกินสำหรับนักเตะคนนี้

เคราร์ด ปิเก้

ต้องยอมรับว่า เคราร์ด ปิเก้ ซึ่งตอนนั้นยังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง อยู่ถูกที่ถูกเวลาตอนที่เขากลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2007/2008

ดาวเตะเลือดสแปนิช ได้ลงสนามเพียงแค่ 13 เกมจากทุกรายการในฤดูกาลดังกล่าว จากนั้นอีกแค่ 12 เดือนให้หลังนักเตะก็กลายเป็นหอกข้างแคร่ที่นำ บาร์เซโลน่า ปราบทีมของท่านปรมาจารย์เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในรอบชิงที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ปิเก้ เปลี่ยนสถานะจากนักเตะสำรองในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลายเป็นผู้เล่นแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2010 เมื่อเขาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วย สเปน เฉือน ฮอลแลนด์ คว้าแชมป์โลกที่ประเทศแอฟริกาใต้ ได้อย่างยิ่งใหญ่

เปโดร

เปโดร เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของ ปิเก้ ในชุดที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และผ่านการชูโทรฟี่ “หูกาง” 3 สมัยร่วมกับ บาร์เซโลน่า ก่อนที่จะตัดสินใจออกไปหาความท้าทายใหม่ในปี 2015

ปีกตัวเก่งเลือดสแปนิช ตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับ เชลซี โดยในช่วงแรกมันดูเหมือนว่าเจ้าตัวตัดสินใจผิดพลาดมหันต์เพราะ “สิงห์บลูส์” จบฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก อันดับ 10 สำหรับซีซั่นแรกของเขากับการทำมาหากินในเมืองผู้ดี

อย่างไรก็ตาม เปโดร สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริจด์ โดยนั่นทำให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในซีซั่น 2016/2017

เอ็นโกโล่ ก็องเต้

ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เขียนชื่อตัวเองลงไปในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังเมื่อเขาช่วย เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้อย่างเหลือเชื่อในฤดูกาล 2015/2016 ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับเชลซี ในซีซั่นถัดมา

ก็องเต้ สามารถนำ “สิงโตน้ำเงินคราม” คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ จากนั้นก็ผ่านประสบการณ์ในการคว้าแชมป์มากมายทั้ง เอฟเอ คัพ, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และล่าสุดก็แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นนี้

นอกจากนี้ ดาวเตะผู้สมถะและถ่อมตัว ยังได้รับเกียรติด้วยการเป็นหนึ่งในคีย์แมนที่ช่วย ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการปราบ โครเอเชีย ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์ 4-2 ช่วยให้ “ตราไก่” ผงาดแชมป์เวิลด์ คัพ สมัยที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่